งานวิจัยและบทความ

ความผันผวนในแนวปะทะล่าสุด ของระบบเสรีนิยมใหม่ ณ เขตป่าชุมชนปกาเกอะญอ บ้านแม่ยางมิ้น

โดย จารุณี คงสวัสดิ์

เผยแพร่เมื่อ 15 กันยายน 2026

การจัดการมรดกวัฒนธรรม, การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, ชาติพันธุ์
แหล่งจัดเก็บทรัพยากรต้นฉบับ

สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา

ดาวน์โหลด

ความผันผวนในแนวปะทะล่าสุด ของระบบเสรีนิยมใหม่ ณ เขตป่าชุมชนปกาเกอะญอ บ้านแม่ยางมิ้น


ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน พ.ศ. 2568 ผู้เขียนมีโอกาสได้เข้าร่วมทำงานและสังเกตการณ์ในโครงการ “ปรับตัวสร้างภูมิคุ้มกันชุมชนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ในชุมชนบ้านแม่ยางมิ้น ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย จัดโดย Thai Climate Justice for All สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา สามครั้งด้วยกัน ครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ครั้งที่สองในเดือนเมษายน และครั้งสุดท้ายในเดือนมิถุนายน แม้ว่าจุดประสงค์หลักของโครงการนี้จะมุ่งเน้นไปที่ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการตั้งรับปรับตัวของชุมชน แต่ทุกครั้งที่ผู้เขียนได้ลงภาคสนาม ผู้เขียนพบว่าสิ่งที่บรรดาผู้นำชุมชนกังวลมากควบคู่ไปกับปัญหาโลกร้อน ยังมีภัยคุกคามอื่น ๆ ที่นำพาความผันผวนมาสู่ชุมชนไม่น้อยไปกว่าดิน ฟ้า อากาศ และแม่น้ำที่ผิดแผกไปจากเดิม

ชุมชนปกาเกอะญอ บ้านแม่ยางมิ้น เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกพัดพาเข้าสู่กระแสของเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้มาหลายทศวรรษ ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติและกฎหมายว่าด้วยการจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่จำกัดสิทธิของชุมชนชาติพันธุ์ในการครอบครองที่ดินและทำการเกษตรแบบดั้งเดิม ชาวปกาเกอะญอจำนวนมาก รวมถึงชุมชนบ้านแม่ยางมิ้น ได้ละทิ้งระบบไร่หมุนเวียนดั้งเดิม หันไปสู่การทำเกษตรเชิงเดี่ยวตอบสนองเศรษฐกิจระบบทุน เพื่อรายได้ที่มั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยความเสื่อมโทรมของดิน น้ำ และระบบนิเวศ

แม้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำลายฐานทรัพยากรของชุมชนไปในบางส่วน แต่ชุมชนปกาเกอะญอหลายแห่งยังคงตั้งมั่นอยู่ในพื้นที่อุทยานหรือพื้นที่ป่าสงวนได้ผ่านการต่อรองเชิงอัตลักษณ์ โดยการยืนยันว่าได้อยู่อาศัยในพื้นที่มาก่อนการประกาศใช้กฎหมาย และมีการใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมและความเชื่อทางจิตวิญญาณเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ทั้งใช้สอยและดูแลรักษา ซึ่งมักถูกยกเป็นเหตุผลที่ทำให้บริเวณป่าที่มีชาวปกาเกอะญออาศัยอยู่เป็นผืนป่าที่สมบูรณ์กว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ผู้เขียนมองว่าชุมชนเผชิญกับความผันผวนหลายระดับ ตั้งแต่ก่อนการตื่นตัวเรื่องโลกร้อน จนมาถึงยุคของสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนจนกระทบต่อการเกษตรโดยตรง และความผันผวนทางอ้อมที่เกิดจากการที่รัฐบาลต้องนำพาประเทศไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050 วาทกรรมว่าด้วยโลกร้อนจึงเปิดพื้นที่ใหม่ให้เสรีนิยมใหม่รุกคืบมาถึงแนวปะทะล่าสุดของชุมชน ไม่ใช่ในรูปแบบพื้นที่เกษตรกรรม แต่คือแนวเขตป่า ผ่านโครงการตลาดคาร์บอนภาคป่าไม้ที่กำลังทำให้ผืนป่าซึ่งชุมชนดูแลมาอย่างยาวนานกลายเป็นสินทรัพย์ที่สามารถซื้อขายมูลค่าคาร์บอนได้ กระบวนการนี้ไม่เพียงท้าทายเสรีภาพในการตัดสินใจของชุมชนในการเข้าร่วมโครงการ หากยังท้าทายการผนวกรวมภูมิปัญญาความรู้ของชุมชนในกระบวนการวางแผนและจัดการป่า ตลอดจนเพิ่มความไม่ชัดเจนในสิทธิบนที่ดินและป่าที่ชุมชนได้รับอนุญาตให้ครอบครองอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งล้วนเป็นรูปแบบใหม่ของความผันผวนที่เกิดจากการปะทะของอำนาจเชิงสถาบัน เทคโนโลยีตลาดคาร์บอน และความรู้ท้องถิ่น

งานชิ้นนี้จึงมุ่งวิเคราะห์สถานการณ์ที่ชุมชนปกาเกอะญอ บ้านแม่ยางมิ้น กำลังต่อรองอยู่ในปัจจุบันผ่านกรอบแนวคิดมานุษยวิทยาเสรีนิยมใหม่ ความผันผวน และความประณีตแยบยลของอำนาจกดทับ