รายการมรดกที่เฝ้าระวัง
มัสยิดบางอ้อ
มรดกสิ่งสรรค์สร้าง ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม วัฒนธรรมวิถีชีวิต กรุงเทพมหานคร สิ่งปลูกสร้างและการพัฒนา สาธารณูปโภคหรือโครงสร้างพื้นฐานการบริการ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมหรือทางชีวภาพที่ส่งผลต่อโครงสร้างของแหล่งมรดก ปัจจัยเกี่ยวกับองค์กรและการบริหารจัดการ
ชื่ออื่น ๆ ที่ใช้เรียก
มัสยิดบางอ้อ
ที่อยู่
143 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 86 เขตบางอ้อ แขวงบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
พิกัด
ละติจูด : 13.794704
ลองจิจูด : 100.511286
สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปและการเข้าถึง
มัสยิดบางอ้อตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ในซอยจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด อาคารมัสยิดวางตัวขนานกับแม่น้ำ ด้านหน้าหันสู่ริมน้ำเจ้าพระยา โดยมีบ้านเรือนชุมชนมุสลิมบางอ้อล้อมรอบทั้งสองข้าง เข้าถึงได้ทางบกผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์และซอยย่อยในชุมชน และทางน้ำจากท่าน้ำตลอดแนวริมแม่น้ำ
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และท้องถิ่น
มัสยิดบางอ้อมีประวัติตั้งแต่ช่วงต้นรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวมุสลิมย่านบางอ้อประกอบศาสนกิจร่วมกันบนแพก่อน จากนั้นมีการสร้างอาคารไม้ชั่วคราวทรงหกเหลี่ยมขึ้นในช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำละหมาด ต่อมาได้มีการสร้างเรือนไม้ทรงปั้นหยาแล้วเสร็จราวปี พ.ศ. 2449
ช่วงต้นรัชกาลที่ 6 ได้ก่อสร้างอาคารก่ออิฐถือปูนขึ้นและแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2462 ใช้เป็นอาคารมัสยิดบางอ้อมาจนถึงปัจจุบัน อาคารมัสยิดได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยาม ปี พ.ศ. 2559
สถาปัตยกรรมผสมระหว่างศิลปะเรอเนซองส์ บาโรก โมกุล ปั้นหยา อาหรับ และเปอร์เซีย สร้างโดยช่างจีน อาคารชั้นเดียวก่ออิฐถือปูน ประดับลายปูนปั้นโดยรอบ หลังคาทรงปั้นหยา โดมสีเขียวบนหออะษาน ทางขึ้นหออะษานทั้งสองข้างเป็นบันไดวนไม้สัก อาคารแบ่งเป็น 2 ส่วน คือโถงด้านหน้าวางตัวขนานแม่น้ำ และอาคารส่วนละหมาดที่เอียงไปตามทิศกิบละฮ์
กิจกรรมชุมชน ได้แก่ “โครงการอาหารสานใจ” ซึ่งสืบทอดมรดกวัฒนธรรมอาหารโดยเชื่อมผู้สูงอายุกับเยาวชนในการถ่ายทอดตำรับอาหารดั้งเดิมของชุมชน
มัสยิดเป็นศูนย์กลางของชุมชนมุสลิมริมน้ำที่มีประวัติยาวนาน เชื่อมโยงกับบ้านเรือน ท่าน้ำ ซอย และวิถีชีวิตริมน้ำที่สะท้อนพหุวัฒนธรรมของย่านบางอ้อ
ประวัติการศึกษาที่ผ่านมา
• รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ปี พ.ศ. 2559 (สมาคมสถาปนิกสยาม)
• นิทรรศการในอาคารโรงเรียนบางอ้อศึกษา โครงการประวัติศาสตร์ท้องถิ่นย่านเก่าในกรุงเทพมหานคร
• 'บางอ้อ' สายใยมุสลิม ริมฝั่งเจ้าพระยา, The Active, 29 กันยายน 2566
• สุภาภรณ์ จินดามณีโรจน์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นย่านเก่าในกรุงเทพมหานคร, คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2554
• จดหมายขอให้ระงับและทบทวนโครงการถึงผู้ว่าฯ กทม. 18 พฤษภาคม 2569
• แถลงการณ์และเอกสารจากเวทีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) 14 พฤษภาคม 2569
• เอกสารโครงการ แบบก่อสร้าง และงบประมาณ: โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด (สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. แบบเลขที่ กอบ. 1/2569)
• เอกสารประวัติศาสตร์ชุมชน ภาพถ่ายเก่า แผนที่เก่า โฉนดที่ดิน และคำบอกเล่าของผู้อาวุโสในชุมชน
ประเภทของภัยคุกคาม
สิ่งปลูกสร้างและการพัฒนา, สาธารณูปโภคหรือโครงสร้างพื้นฐานการบริการ, ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมหรือทางชีวภาพที่ส่งผลต่อโครงสร้างของแหล่งมรดก, ปัจจัยเกี่ยวกับองค์กรและการบริหารจัดการ
รายละเอียดของภัยคุกคาม
ภัยคุกคามหลักมาจากโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด (สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. แบบเลขที่ กอบ. 1/2569) มีแนวก่อสร้างทางเลียบหลังเขื่อนต่อเนื่องประมาณ 3.5 กิโลเมตร งบประมาณประมาณ 264,268,000 บาท
แนวก่อสร้างทางเลียบพาดผ่านทางด้านหน้า (ด้านริมน้ำ) ของมัสยิด ห่างจากตัวอาคารเจริญวิทยาคารประมาณ 1 เมตร และห่างจากตัวอาคารมัสยิดประมาณ 9 เมตร
ส่วนบ้านเรือนริมน้ำข้างมัสยิดตั้งอยู่ระหว่างหลังเขื่อน กทม. โดยแบบทางเลียบที่ กทม. ออกแบบไว้ 'สร้างทับ' ตัวบ้านเรือนริมน้ำโดยตรง ลึกจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามามากสุดประมาณ 36 เมตร หากก่อสร้างตามแบบจะต้องรื้อบ้านเรือนทิ้งก่อน
การเปิดทางเดินสาธารณะในระยะประชิดอาคารจะกระทบทัศนียภาพ พื้นที่ส่วนกลางของมัสยิดด้านริมน้ำ ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของชุมชน รวมถึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อฐานรากและโครงสร้างของอาคารประวัติศาสตร์ที่มีอายุกว่า 100 ปี
ผลกระทบต่อชุมชนและมรดกวัฒนธรรมโดยรวม:
ประการแรก: พื้นที่นี้มีบ้านเรือนเก่าแก่ สถาปัตยกรรมริมน้ำ ศาสนสถาน แหล่งประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับการตั้งถิ่นฐานและการใช้แม่น้ำเจ้าพระยามาอย่างต่อเนื่อง การก่อสร้างทางเลียบอาจเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเรือนกับแม่น้ำ ท่าน้ำ ทางสัญจรเดิม และทัศนียภาพของชุมชน จนอาจกระทบต่อคุณค่าของภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต
ประการที่สอง: ชุมชนมีความกังวลต่อผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านเรือนที่มีแนวริมแม่น้ำเป็นพื้นที่หน้าบ้านมาแต่เดิม การเปิดทางสัญจรสาธารณะในระยะประชิดแนวบ้านอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน ความปลอดภัยของเด็กและผู้สูงอายุ ตลอดจนส่งผลต่อความสงบและความมั่นคงในการอยู่อาศัยของชุมชน
ประการที่สาม: พื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำที่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลิ่ง ระดับน้ำ และชั้นดิน การก่อสร้างโครงสร้างต่อเนื่องเพิ่มเติมอาจเพิ่มภาระต่อพื้นที่ และจำเป็นต้องอาศัยการออกแบบ การควบคุมงาน และการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง บ้านเรือน ศาสนสถาน และโครงสร้างป้องกันตลิ่งเดิมในพื้นที่ล้วนมีภาระการซ่อมแซมและดูแลรักษาอยู่แล้ว หากมีสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้นโดยไม่มีการประเมินและแผนดูแลระยะยาวที่รอบด้าน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงของโครงสร้าง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงภาระงบประมาณสาธารณะในอนาคต
ประการที่สี่: โครงสร้างทางเลียบที่อยู่เหนือหรือชิดแนวน้ำอาจก่อให้เกิดจุดอับและพื้นที่สะสมขยะ ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และเพิ่มภาระการบำรุงรักษา หากไม่มีระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
ข้อเรียกร้องของชุมชน: ชุมชนเห็นว่าโครงการดังกล่าวควรได้รับการทบทวนบนฐานของข้อมูลประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิศวกรรม และความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน โดยควรมีกระบวนการมีส่วนร่วมที่มีความหมาย การเปิดเผยข้อมูลโครงการ การประเมินผลกระทบต่อมรดกวัฒนธรรมและวิถีชีวิต รวมถึงการพิจารณาทางเลือกที่สามารถรักษาความปลอดภัย การใช้ประโยชน์พื้นที่ และคุณค่าของชุมชนริมน้ำไว้ร่วมกัน
ผู้ครอบครอง
คณะกรรมการมัสยิดบางอ้อ / ชุมชนมุสลิมบางอ้อ
หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือเกี่ยวข้อง
• สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ — ผู้มอบรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น พ.ศ. 2559
• กรุงเทพมหานคร (กทม.) — เจ้าของโครงการ
• สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร — เจ้าของแปลน (แบบเลขที่ กอบ. 1/2569)
• สำนักงานเขตบางพลัด — หน่วยงานในพื้นที่
• คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) — จัดเวทีรับฟัง 14 พฤษภาคม 2569
• สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ — ผู้รับข้อมูลผ่านระบบมรดกที่เฝ้าระวัง