รายการมรดกที่เฝ้าระวัง
วัดฉัตรแก้วจงกลณี
ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม วัฒนธรรมวิถีชีวิต โบราณสถาน กรุงเทพมหานคร สิ่งปลูกสร้างและการพัฒนา สาธารณูปโภคหรือโครงสร้างพื้นฐานการบริการ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมหรือทางชีวภาพที่ส่งผลต่อโครงสร้างของแหล่งมรดก ปัจจัยอื่นๆ
ชื่ออื่น ๆ ที่ใช้เรียก
วัดบางอ้อ / วัดฉัตรแก้วจงกลณี
ที่อยู่
298 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 94 ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางอ้อ แขวงบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
พิกัด
ละติจูด : 13.801207
ลองจิจูด : 100.514484
สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปและการเข้าถึง
วัดฉัตรแก้วจงกลณีตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก มีเนื้อที่ 13 ไร่ 14 ตารางวา เป็นวัดราษฎร์นิกายมหานิกาย เข้าถึงได้ทางบกผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์และซอย 94 และทางน้ำจากริมแม่น้ำ
วัดตั้งอยู่ในชุมชนริมน้ำที่มีบ้านเรือนหลายสิบหลังคาเรือนแวดล้อม พระปรางค์ที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนโดดเด่นเป็นจุดสังเกตของชุมชน วัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางจิตใจและวัฒนธรรมของชุมชนพุทธในย่านบางอ้อ
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และท้องถิ่น
วัดฉัตรแก้วจงกลณีสร้างขึ้นก่อนการสถาปนากรุงเทพมหานครไม่นาน ประมาณ พ.ศ. 2330 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2337 เป็นวัดที่มีประวัติยาวนานกว่า 230 ปี
ภายในวัดมีพระปรางค์สำคัญ คือ เจดีย์ทรงปรางค์องค์ใหญ่ ย่อมุม ยอดประดับนภศูล สันนิษฐานว่าสร้างสมัยรัชกาลที่ 5 โบราณสถานนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากร นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปหยกที่เป็นที่เคารพสักการะของชุมชน
วัดฉัตรแก้วเป็นศูนย์เรียนรู้และสอนรำกระบี่กระบองให้กับเยาวชน ซึ่งเป็นการสืบทอดศิลปะการต่อสู้และวัฒนธรรมพื้นบ้านของไทย
ชุมชนระบุว่ามีเรือในกองเรือรบญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จำนวน 2 ลำ ฝังอยู่ใต้พื้นดินริมฝั่งในพื้นที่วัด ซึ่งหากยืนยันได้จะเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง (พิกัดโดยประมาณ 13.801248174600605, 100.51506192894507)
ประวัติการศึกษาที่ผ่านมา
• การขึ้นทะเบียนโบราณสถาน: พระปรางค์วัดฉัตรแก้วจงกลณี (กรมศิลปากร)
• คำบอกเล่าของตัวแทนชุมชนเกี่ยวกับจุดที่เรือรบญี่ปุ่น 2 ลำฝังอยู่ใต้ดินริมฝั่ง
• สุภาภรณ์ จินดามณีโรจน์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นย่านเก่าในกรุงเทพมหานคร, คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2554
• แถลงการณ์และเอกสารจากเวทีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) 14 พฤษภาคม 2569
• จดหมายขอให้ระงับและทบทวนโครงการถึงผู้ว่าฯ กทม. 18 พฤษภาคม 2569
• เอกสารโครงการ แบบก่อสร้าง และงบประมาณ: โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด (สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. แบบเลขที่ กอบ. 1/2569)
• เอกสารประวัติศาสตร์ชุมชน ภาพถ่ายเก่า แผนที่เก่า โฉนดที่ดิน และคำบอกเล่าของผู้อาวุโสในชุมชน
ประเภทของภัยคุกคาม
สิ่งปลูกสร้างและการพัฒนา, สาธารณูปโภคหรือโครงสร้างพื้นฐานการบริการ, ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมหรือทางชีวภาพที่ส่งผลต่อโครงสร้างของแหล่งมรดก, ปัจจัยอื่นๆ
รายละเอียดของภัยคุกคาม
ภัยคุกคามหลักมาจากโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด (สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. แบบเลขที่ กอบ. 1/2569) มีแนวก่อสร้างทางเลียบหลังเขื่อนต่อเนื่องประมาณ 3.5 กิโลเมตร งบประมาณประมาณ 264,268,000 บาท
แนวก่อสร้างพาดผ่านพื้นที่ริมน้ำด้านหน้าวัด ซึ่งเป็นบริเวณที่ชุมชนระบุว่ามีเรือรบญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จำนวน 2 ลำ ฝังอยู่ใต้ดินริมฝั่ง แบบทางเลียบที่ กทม. ออกแบบไว้ 'สร้างทับ' ตำแหน่งนี้โดยตรง ห่างจากเขตพระปรางค์ที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนประมาณ 97 เมตร
บ้านเรือนริมน้ำข้างวัดหลายสิบหลังคาเรือน ตั้งอยู่ระหว่างหลังเขื่อน กทม. โดยแบบทางเลียบ 'สร้างทับ' บ้านเรือนริมน้ำโดยตรง ลึกจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามามากสุดประมาณ 40 เมตร หากก่อสร้างตามแบบจะต้องรื้อบ้านเรือนทิ้งก่อน
การก่อสร้างอาจส่งผลกระทบต่อโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน (พระปรางค์) ทั้งด้านการสั่นสะเทือน ผลต่อชั้นดิน/ตลิ่ง และอาจทำลายหลักฐานทางประวัติศาสตร์ (เรือรบ) ที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ/ขุดค้นอย่างเป็นทางการ
ผลกระทบต่อชุมชนและมรดกวัฒนธรรมโดยรวม:
ประการแรก: พื้นที่นี้มีบ้านเรือนเก่าแก่ สถาปัตยกรรมริมน้ำ ศาสนสถาน แหล่งประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับการตั้งถิ่นฐานและการใช้แม่น้ำเจ้าพระยามาอย่างต่อเนื่อง การก่อสร้างทางเลียบอาจเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเรือนกับแม่น้ำ ท่าน้ำ ทางสัญจรเดิม และทัศนียภาพของชุมชน จนอาจกระทบต่อคุณค่าของภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต
ประการที่สอง: ชุมชนมีความกังวลต่อผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านเรือนที่มีแนวริมแม่น้ำเป็นพื้นที่หน้าบ้านมาแต่เดิม การเปิดทางสัญจรสาธารณะในระยะประชิดแนวบ้านอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน ความปลอดภัยของเด็กและผู้สูงอายุ ตลอดจนส่งผลต่อความสงบและความมั่นคงในการอยู่อาศัยของชุมชน
ประการที่สาม: พื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำที่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลิ่ง ระดับน้ำ และชั้นดิน การก่อสร้างโครงสร้างต่อเนื่องเพิ่มเติมอาจเพิ่มภาระต่อพื้นที่ และจำเป็นต้องอาศัยการออกแบบ การควบคุมงาน และการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง บ้านเรือน ศาสนสถาน และโครงสร้างป้องกันตลิ่งเดิมในพื้นที่ล้วนมีภาระการซ่อมแซมและดูแลรักษาอยู่แล้ว หากมีสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้นโดยไม่มีการประเมินและแผนดูแลระยะยาวที่รอบด้าน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงของโครงสร้าง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงภาระงบประมาณสาธารณะในอนาคต
ประการที่สี่: โครงสร้างทางเลียบที่อยู่เหนือหรือชิดแนวน้ำอาจก่อให้เกิดจุดอับและพื้นที่สะสมขยะ ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และเพิ่มภาระการบำรุงรักษา หากไม่มีระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
ข้อเรียกร้องของชุมชน: ชุมชนเห็นว่าโครงการดังกล่าวควรได้รับการทบทวนบนฐานของข้อมูลประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิศวกรรม และความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน โดยควรมีกระบวนการมีส่วนร่วมที่มีความหมาย การเปิดเผยข้อมูลโครงการ การประเมินผลกระทบต่อมรดกวัฒนธรรมและวิถีชีวิต รวมถึงการพิจารณาทางเลือกที่สามารถรักษาความปลอดภัย การใช้ประโยชน์พื้นที่ และคุณค่าของชุมชนริมน้ำไว้ร่วมกัน
ผู้ครอบครอง
วัดราษฎร์ นิกายมหานิกาย ภายใต้การกำกับของคณะสงฆ์และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือเกี่ยวข้อง
• กรมศิลปากร — ผู้ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน (พระปรางค์วัดฉัตรแก้วจงกลณี)
• กรุงเทพมหานคร (กทม.) — เจ้าของโครงการ
• สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร — เจ้าของแปลน (แบบเลขที่ กอบ. 1/2569)
• สำนักงานเขตบางพลัด — หน่วยงานในพื้นที่
• คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) — จัดเวทีรับฟัง 14 พฤษภาคม 2569
• สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ — ผู้รับข้อมูลผ่านระบบมรดกที่เฝ้าระวัง