รายการมรดกที่เฝ้าระวัง
บ้านบน (เรือนแพโบราณชุมชนแขกแพ)
มรดกสิ่งสรรค์สร้าง ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม วัฒนธรรมวิถีชีวิต กรุงเทพมหานคร สิ่งปลูกสร้างและการพัฒนา สาธารณูปโภคหรือโครงสร้างพื้นฐานการบริการ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมหรือทางชีวภาพที่ส่งผลต่อโครงสร้างของแหล่งมรดก ปัจจัยเกี่ยวกับองค์กรและการบริหารจัดการ
ชื่ออื่น ๆ ที่ใช้เรียก
บ้านบน / บ้านนิลพานิช / เรือนแพค้าซุงชุมชนแขกแพ / ย่านค้าซุงบางอ้อ
ที่อยู่
บ้านเลขที่ 454 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 94 (ตั้งอยู่ระหว่างชุมชนมัสยิดดารุลอิหฺซานทางเหนือ และชุมชนวัดฉัตรแก้วจงกลณีทางใต้) เขตบางอ้อ แขวงบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
พิกัด
ละติจูด : 13.801948
ลองจิจูด : 100.515524
สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปและการเข้าถึง
บ้านบนตั้งอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 94 ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด อยู่ในแนวเดียวกับชุมชนริมน้ำที่ต่อเนื่องกัน โดยอยู่ทางใต้ของชุมชนมัสยิดดารุลอิหฺซาน และทางเหนือของชุมชนวัดฉัตรแก้วจงกลณี ทำให้บ้านบนตั้งอยู่ในพื้นที่กึ่งกลางของย่านประวัติศาสตร์ริมน้ำบางอ้อ–บางพลัดที่มีความต่อเนื่องทางวัฒนธรรม
เข้าถึงได้ทางบกผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์และซอย 94 และทางน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยพื้นที่ดังกล่าวครั้งหนึ่งเคยใช้ท่าน้ำและแพเป็นพื้นที่หลักในการค้าและสัญจร
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และท้องถิ่น
บ้านบนเป็นเรือนแพโบราณที่มีอายุมากกว่า 100 ปี เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการตั้งถิ่นฐานและการประกอบอาชีพค้าขายไม้ซุงในย่านบางอ้อ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าไม้ซุงริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร
ชุมชนแขกแพ ซึ่งเป็นกลุ่มชาวมุสลิม (มักเรียกว่า แขกแพ) จากอยุธยาและพื้นที่ใกล้เคียง ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำธุรกิจค้าไม้ซุงริมแม่น้ำเจ้าพระยาในย่านบางอ้อตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4–5 โดยอาศัยในเรือนแพและใช้แม่น้ำเป็นทั้งที่พักอาศัยและพื้นที่ประกอบการ บ้านบนเป็นหนึ่งในร่องรอยของชุมชนนั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่
ธุรกิจค้าไม้ซุงในย่านนี้ดำเนินในรูปแบบห่วงโซ่อุปทานครบวงจร ประกอบด้วยการล่องซุงจากภาคเหนือ การผูกแพซุง การตอกทะเบียนซุง การซื้อขาย การแปรรูป และการขนส่ง โดยมีชุมชนแขกแพเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงกิจกรรมทั้งหมดนี้ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในย่านบางอ้อ–บางพลัด ลักษณะการประกอบธุรกิจแบบครบวงจรในย่านเดียว (ชุมชนค้าไม้ซุงแบบ Supply Chain) นี้ถือเป็นอัตลักษณ์สำคัญที่หาได้ยากในกรุงเทพมหานครปัจจุบัน
บ้านบนมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์กับชุมชนใกล้เคียง ได้แก่ ชุมชนมัสยิดดารุลอิหฺซาน (ซึ่งเติบโตมาจากคหบดีมุสลิมค้าไม้กลุ่มเดียวกัน) และวัดฉัตรแก้วจงกลณี (วัดในชุมชนที่อยู่ร่วมกับชุมชนแขกแพมาโดยตลอด) สะท้อนความเป็นพหุวัฒนธรรมของย่านบางอ้อที่ชุมชนพุทธและมุสลิมอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนาน
หลักฐานสำคัญที่ปรากฏ ได้แก่ ทะเบียนการตอกซุง เอกสารการค้า และร่องรอยทางกายภาพของเรือนแพที่เคยใช้เป็นสำนักงานและที่พักของพ่อค้าซุง
หลักฐานภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์: มีภาพถ่ายทางอากาศ 4 ชุดในช่วง พ.ศ. 2517–2532 ที่บันทึกพัฒนาการของชุมชนบ้านบนและแพซุงกลางแม่น้ำไว้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาพปี พ.ศ. 2532 ที่แสดงให้เห็นแพซุงขนาดใหญ่หลายแพเต็มหน้าแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าชุมชน เป็นหลักฐานทางอากาศที่แสดงให้เห็นขนาดและความสำคัญของธุรกิจค้าซุงในย่านนี้อย่างชัดเจน
หลักฐานภาพถ่ายในชีวิตประจำวัน: ภาพถ่ายขาวดำแสดงพิธีแต่งงานที่จัดบนเรือนแพ สะท้อนว่าบ้านบนมิได้เป็นเพียงสถานที่ค้าขาย แต่เป็นพื้นที่ทางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชน ขณะที่ภาพถ่ายสีที่มองจากชานบ้านเห็นแพซุงลอยเต็มแม่น้ำ แสดงให้เห็นความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างพื้นที่อยู่อาศัยกับกิจกรรมค้าซุง อันเป็นวิถีชีวิตที่บ้านบนมีความเชื่อมโยงกับแม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง
ประวัติการศึกษาที่ผ่านมา
• สุภาภรณ์ จินดามณีโรจน์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นย่านเก่าในกรุงเทพมหานคร, คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2554 — กล่าวถึงชุมชนแขกแพและการค้าซุงในย่านบางอ้อ
• มารียะห์ เราะห์มานี, เล่าเรื่องชุมชนมัสยิดดารุลอิหฺซาน, มูลนิธิมัสยิดดารุลอิหฺซาน, 2566 — บริบทชุมชนมุสลิมค้าไม้ริมน้ำย่านเดียวกัน
• ภาพถ่ายทางอากาศ 4 ชุด บินถ่าย พ.ศ. 2517, 2522, 2529 และ 2532 (หอจดหมายเหตุแห่งชาติ) — บันทึกพัฒนาการชุมชนและแพซุงในแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าบ้านบน
• ภาพถ่ายขาวดำพิธีแต่งงานบนเรือนแพ และภาพสีบรรยากาศชานบ้านเห็นแพซุง — หลักฐานวิถีชีวิตและกิจกรรมค้าซุงริมน้ำ
• คำบอกเล่าจากนัจมา อมานา และผู้อาวุโสในชุมชน
• แถลงการณ์และเอกสารจากเวทีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) 14 พฤษภาคม 2569
• จดหมายขอให้ระงับและทบทวนโครงการถึงผู้ว่าฯ กทม. 18 พฤษภาคม 2569
• เอกสารโครงการ: โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด (สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. แบบเลขที่ กอบ. 1/2569)
ประเภทของภัยคุกคาม
สิ่งปลูกสร้างและการพัฒนา, สาธารณูปโภคหรือโครงสร้างพื้นฐานการบริการ, ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมหรือทางชีวภาพที่ส่งผลต่อโครงสร้างของแหล่งมรดก, ปัจจัยเกี่ยวกับองค์กรและการบริหารจัดการ
รายละเอียดของภัยคุกคาม
ภัยคุกคามหลักมาจากโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด (สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. แบบเลขที่ กอบ. 1/2569) มีแนวก่อสร้างทางเลียบหลังเขื่อนต่อเนื่องประมาณ 3.5 กิโลเมตร งบประมาณประมาณ 264,268,000 บาท
บ้านบนตั้งอยู่ในแนวพื้นที่ที่โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขตบางพลัดกำหนดไว้ นี่คือหนึ่งในกรณีที่มีความรุนแรงที่สุดในแนวโครงการ เพราะแบบก่อสร้างที่ กทม. ออกแบบไว้ สร้างทับ บ้านเรือนริมน้ำโดยตรง ลึกจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามามากสุดประมาณ 35 เมตร หากก่อสร้างตามแบบจะต้องรื้อบ้านเรือนริมน้ำทิ้งก่อน (ระยะห่าง = 0 เมตร / แนวพาดทับตัวอาคาร)
ผลกระทบต่อชุมชนและมรดกวัฒนธรรมโดยรวม:
ประการแรก: พื้นที่นี้มีบ้านเรือนเก่าแก่ สถาปัตยกรรมริมน้ำ ศาสนสถาน แหล่งประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับการตั้งถิ่นฐานและการใช้แม่น้ำเจ้าพระยามาอย่างต่อเนื่อง การก่อสร้างทางเลียบอาจเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเรือนกับแม่น้ำ ท่าน้ำ ทางสัญจรเดิม และทัศนียภาพของชุมชน จนอาจกระทบต่อคุณค่าของภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต
ประการที่สอง: ชุมชนมีความกังวลต่อผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านเรือนที่มีแนวริมแม่น้ำเป็นพื้นที่หน้าบ้านมาแต่เดิม การเปิดทางสัญจรสาธารณะในระยะประชิดแนวบ้านอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน ความปลอดภัยของเด็กและผู้สูงอายุ ตลอดจนส่งผลต่อความสงบและความมั่นคงในการอยู่อาศัยของชุมชน
ประการที่สาม: พื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำที่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลิ่ง ระดับน้ำ และชั้นดิน การก่อสร้างโครงสร้างต่อเนื่องเพิ่มเติมอาจเพิ่มภาระต่อพื้นที่ และจำเป็นต้องอาศัยการออกแบบ การควบคุมงาน และการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง บ้านเรือน ศาสนสถาน และโครงสร้างป้องกันตลิ่งเดิมในพื้นที่ล้วนมีภาระการซ่อมแซมและดูแลรักษาอยู่แล้ว หากมีสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้นโดยไม่มีการประเมินและแผนดูแลระยะยาวที่รอบด้าน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงของโครงสร้าง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงภาระงบประมาณสาธารณะในอนาคต
ประการที่สี่: โครงสร้างทางเลียบที่อยู่เหนือหรือชิดแนวน้ำอาจก่อให้เกิดจุดอับและพื้นที่สะสมขยะ ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และเพิ่มภาระการบำรุงรักษา หากไม่มีระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
ข้อเรียกร้องของชุมชน: ชุมชนเห็นว่าโครงการดังกล่าวควรได้รับการทบทวนบนฐานของข้อมูลประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิศวกรรม และความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน โดยควรมีกระบวนการมีส่วนร่วมที่มีความหมาย การเปิดเผยข้อมูลโครงการ การประเมินผลกระทบต่อมรดกวัฒนธรรมและวิถีชีวิต รวมถึงการพิจารณาทางเลือกที่สามารถรักษาความปลอดภัย การใช้ประโยชน์พื้นที่ และคุณค่าของชุมชนริมน้ำไว้ร่วมกัน
ผลกระทบเฉพาะต่อบ้านบนและมรดกชุมชนแขกแพ: การก่อสร้างทางเลียบจะทำลายหรือตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างเรือนแพโบราณกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของอัตลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเรือนแพค้าซุง นอกจากนี้ยังอาจส่งผลให้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตชุมชนแขกแพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์เศรษฐกิจและสังคมของกรุงเทพมหานคร สูญหายไปอย่างถาวร
ผู้ครอบครอง
เจ้าบ้าน คุณรัชนี โยธาสมุทร
หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือเกี่ยวข้อง
• กรุงเทพมหานคร (กทม.) — เจ้าของโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด
• สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร — เจ้าของแปลน (แบบเลขที่ กอบ. 1/2569)
• สำนักงานเขตบางพลัด — หน่วยงานในพื้นที่
• คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) — จัดเวทีรับฟัง 14 พฤษภาคม 2569
• สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ — ผู้รับข้อมูลผ่านระบบมรดกที่เฝ้าระวัง