The Siam Society Milestones

เกี่ยวกับเรา

สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นองค์กรทางวัฒนธรรมของไทยที่มีขอบเขตงานระดับสากล ทำหน้าที่ส่งเสริมการศึกษา และแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของไทยและของประเทศใกล้เคียงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สยามสมาคมฯ ดำเนินงานภายใต้คติพจน์ที่ว่า “วิชชายังให้เกิดมิตรภาพ” และเปิดประตูต้อนรับผู้คนจากทุกชาติ รวมถึงผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก เข้าเยี่ยมชมสถานที่และเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของสยามสมาคมฯ

Accolades Received by The Siam Society

พ.ศ. 2544

อาคารของสมาคมจำนวน 3 หลังได้รับการประกาศให้เป็นอาคารอนุรักษ์ศิลปกรรมดีเด่นโดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

พ.ศ. 2555

สยามสมาคมฯ ได้รับรางวัลดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ โดยกระทรวงวัฒนธรรม แห่งประเทศไทย

พ.ศ. 2556

บันทึกการประชุมคณะกรรมการสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ ปี พ.ศ. 2447 - 2547 ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกในทะเบียนนานาชาติโดย UNESCO

พ.ศ. 2557

ห้องสมุดของสมาคม ได้รับรางวัล ห้องสมุดเฉพาะดีเด่น ประจำปี 2557 โดยสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ความเป็นมา

พ.ศ. 2447 ปีแห่งการก่อตั้ง

สยามสมาคมฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2447 โดยกลุ่มนักวิชาการชาวสยามและชาวต่างชาติผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมโอเรียนเต็ล

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครองราชย์ พ.ศ. 2453 - 2568) ทรงได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง องค์บรมราชูปถัมภก พระองค์แรกของสยามสมาคมฯ (และต่อมา กษัตริย์ผู้ครองราชย์ทุกพระองค์ได้ดำรงตำแหน่งองค์บรมราชูปถัมภก ร่วมกับพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่น ๆ ในตำแหน่งองค์อนูปถัมภกและ/หรือองค์นายกกิตติมศักดิ์) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประธานหอสมุดแห่งชาติ ทรงได้รับเลือกเป็น องค์อนูปถัมภก และเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ เพื่อเชิดชูความรู้ความเชี่ยวชาญอันโดดเด่นของท่านในด้านวรรณกรรม รวมถึงความกรุณาของท่านที่ได้อนุญาตให้สมาชิกสยามสมาคมฯ ได้ใช้หนังสือจำนวนมากที่ท่านได้สะสมไว้

ในการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการผู้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2447 ที่ประชุมได้กำหนดว่า “วัตถุประสงค์ของสยามสมาคมฯ คือ เพื่อศึกษาค้นคว้าและส่งเสริมศิลปะ วิทยาศาสตร์ และวรรณคดี ที่เกี่ยวข้องกับสยามและประเทศเพื่อนบ้าน” ภายในเดือนแรกหลังการก่อตั้ง มีผู้สมัครเป็นสมาชิกทั้งชาวสยามและชาวต่างชาติ รวม 103 คน

นอกจากนั้น สมาคมวิชาการระดับนานาชาติหลายแห่งต่างให้การสนับสนุนอย่างรวดเร็ว เช่น École Française d’Extrême-Orient, Royal Batavian Society of Arts and Sciences, Royal Asiatic Society และ Società Asiatica Italiana สิ่งพิมพ์ของสมาคมวิชาการเหล่านี้เป็นรากฐานที่สำคัญของหนังสือในห้องสมุดสยามสมาคมฯ

ตราสัญลักษณ์ของสยามสมาคมฯ ซึ่งเป็นรูปหัวช้างถือพวงมาลัย ออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เมื่อ พ.ศ. 2469 พร้อมคติพจน์ประจำสมาคมที่ว่า “วิชชายังให้เกิดมิตรภาพ” หรือ “Knowledge Gives Rise to Friendship” ซึ่งแต่งโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพและพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร โดยทรงอธิบายว่า “คติพจน์นี้พยายามสื่อถึงแนวคิดว่า การค้นหาความรู้คือสายใยที่รวมสมาชิกของสมาคมทั้งชาวสยามและชาวต่างชาติเข้าด้วยกัน ด้วยเจตนาที่จะร่วมมือทำงานด้วยกันฉันมิตร”

เมื่อ พ.ศ. 2474 นายอะหมัด อิบราฮีม นานา (Ahamad Ebrahim Nana) ได้มอบที่ดินขนาด 3 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ ณ เลขที่ 131 ถนนอโศก-มนตรี (หรือถนนสุขุมวิท ซอย 21) ให้แก่สยามสมาคมฯ อาคารของสมาคมซึ่งประกอบด้วยหอประชุมและห้องสมุด ออกแบบโดย เอ็ดเวิร์ด ฮีลีย์ (Edward Healey) สถาปนิกชาวอังกฤษ ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476 และยังคงเป็นที่ตั้งของสยามสมาคมฯ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

คลิกที่แกลลอรี่ด้านซ้ายเพื่ออ่านข่าวพิธีเปิด

บุคคลและเหตุการณ์สำคัญ

ในช่วงหลายทศวรรษหลังการก่อตั้ง กิจการของสยามสมาคมฯ ได้เจริญเติบโตและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง นักวิชาการที่มีชื่อเสียงจำนวนมากได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการที่เปิดกว้าง สร้างสรรค์บทความวิชาการและสิ่งพิมพ์ พัฒนากิจกรรม และงานอื่น ๆ นักวิชาการคนสำคัญที่เคยร่วมงานกับสยามสมาคมฯ เช่น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ศาสตราจารย์ ฌอร์ฌ เซแด็ส (George Cœdès) (ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมระหว่าง พ.ศ. 2468 - 2573) พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร (ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมระหว่าง พ.ศ. 2483 - 2487 และ พ.ศ. 2490 - 2508) พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ (ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมระหว่าง พ.ศ. 2487 - 2490 และ พ.ศ. 2512 - 2519) ศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ (ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมระหว่าง พ.ศ. 2532 - 2537) ดร.ประเสริฐ ณ นคร ไกรศรี นิมมานเหมินท์ ยัน เจ. โบเลส (Jan J. Boeles) เอ็ดนา ซาราห์ โคล (Edna Sarah Cole) ศาสตราจารย์ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต เทิม มีเต็ม พระยาอนุมานราชธน ศาสตราจารย์ ไมเคิล สมิธีส์ (Michael Smithies) ดร.เต็ม สมิตินันทน์ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ศาสตราจารย์ ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร

เหตุการณ์ที่สำคัญของสยามสมาคมฯ เริ่มใน พ.ศ. 2533 เมื่อคณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบให้จัดทำโครงการสร้างรอยพระพุทธบาททองคำ เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ หล่อขึ้นที่ฝั่งธนบุรีโดยใช้ทองคำหนัก 35 กิโลกรัม ตามแบบขี้ผึ้งที่จัดทำขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ขนาด 170 เซนติเมตร x 70 เซนติเมตร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีปลุกเสกรอยพระพุทธบาทที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2537

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สำคัญคือการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติใกล้กับหอประชุม เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของสยามสมาคมฯ อาคารแห่งนี้ตั้งชื่อเพื่อเฉลิมฉลองวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และออกแบบให้มีห้องสมุด สำนักงาน ห้องบรรยาย และห้องประชุม เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2537 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จพระราชดำเนินวางศิลาฤกษ์อาคารเฉลิมพระเกียรติ และต่อมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร (ปัจจุบัน ทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว) ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเปิดอาคารเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2541

สยามสมาคมฯ ได้รับพระราชทานวโรกาสให้รับเสด็จฯ พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2477 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช (ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช) และสมเด็จพระราชชนนีเสด็จพระราชดำเนินทรงเข้าร่วมการบรรยายของพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2497 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินี อิงกริดและสมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดอริคที่ 9 แห่งราชอาณาจักรเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2505 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2519

เมื่อ พ.ศ. 2556 แผนงานความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World) ขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization - UNESCO) ได้ขึ้นทะเบียนบันทึกการประชุมของสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ระหว่าง พ.ศ. 2447 – 2547 ในทะเบียนความทรงจำแห่งโลกระดับนานาชาติ โดยได้บรรยายไว้ว่า “100 ปีแห่งการบันทึกความร่วมมือระหว่างประเทศในการวิจัยและการเผยแพร่ความรู้ทางศิลปะและวิทยาศาสตร์ …. สะท้อนให้เห็นระบบ กระบวนการ และผลลัพธ์การทำงานของสยามสมาคมฯ อุปสรรคและความท้าทาย บุคคลและองค์กรที่มีส่วนร่วมสร้างความสำเร็จ และขอบเขตของการทำงาน ในศตวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาระหว่างประเทศที่ยิ่งใหญ่ เป็นหลักฐานยืนยันถึงการดำเนินงานและความร่วมมือทางปัญญาระหว่างประเทศที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องหลายชั่วอายุคนของกลุ่มคนที่ได้รับเลือกให้ดำเนินงานของสยามสมาคมฯ ในศตวรรษที่ยาวนานและเต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญมากมาย”

 อาคารสถานที่และกิจกรรมในปัจจุบัน

ในฐานะสมาคมระดับนานาชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีบทบาทมากที่สุดในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ทุกสัปดาห์จึงมีการจัดกิจกรรมอย่างน้อยหนึ่งงานที่สยามสมาคมฯ นอกเหนือจากการศึกษาสัญจรนอกสถานที่ สมาชิกในปัจจุบันประกอบด้วยผู้คนจากประเทศต่าง ๆ กว่า 60 ประเทศ และสมาคมยินดีต้อนรับทุกท่าน รวมถึงผู้ที่ไม่ใช่สมาชิก เข้าเยี่ยมชมสถานที่และเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคม

ปัจจุบัน สยามสมาคมฯ ยังคงดำเนินกิจกรรมภายใต้คติพจน์ที่ว่า “วิชชายังให้เกิดมิตรภาพ” เมื่อ พ.ศ. 2555 สมาคมได้รับรางวัล “องค์กรทางวัฒนธรรมยอดเยี่ยม” 3 รางวัล (ระดับจังหวัด ภูมิภาค และระดับชาติ) จากกระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทย

รายละเอียดด้านล่างนี้เป็นภาพรวมเกี่ยวกับอาคารสถานที่และกิจกรรมของสยามสมาคมฯ ในปัจจุบัน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมที่กำลังจะมีขึ้นและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเพื่อติดต่อสอบถามข้อมูล รวมทั้งรายละเอียดเรื่องอื่นของสยามสมาคมฯ ในหน้าอื่น ๆ ของเว็บไซต์นี้

 ห้องสมุด

ห้องสมุดสยามสมาคมฯ เป็นแหล่งรวบรวมหนังสือด้านศิลปกรรม มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนั้น ยังขึ้นชื่อว่าเป็นที่เก็บรักษาหนังสือหายากซึ่งสยามสมาคมฯ ได้รับมอบจากหม่อมหลวงมานิจ ชุมสาย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ และ ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา รวมถึงคัมภีร์ใบลาน เมื่อ พ.ศ. 2557 ห้องสมุดสยามสมาคมฯ ได้รับการยกย่องจากสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ให้เป็น “ห้องสมุดเฉพาะดีเด่น”

พิพิธภัณฑ์เรือนคำเที่ยง

พิพิธภัณฑ์เรือนคำเที่ยงเป็นตัวอย่างของเรือนไทยล้านนาแบบดั้งเดิมที่งดงามยิ่ง ภายในจัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับชาติพันธุ์วิทยา บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อและคตินิยมดั้งเดิมของชาวล้านนา เรือนไม้สักหลังนี้เดิมสร้างขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 24 และตกทอดเป็นมรดกสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนทางญาติฝ่ายแม่ตามธรรมเนียมล้านนา เมื่อ พ.ศ. 2506 นางกิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ได้มอบเรือนล้านนาหลังนี้ให้แก่สมาคมสยามฯ โดยตั้งชื่อตามแม่ของเธอ นางคำเที่ยง

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์เรือนคำเที่ยง

เรือนแสงอรุณ

เรือนแสงอรุณสร้างขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเรือนไทยไม้สักแบบดั้งเดิมและเป็นตัวอย่างที่งดงามของสถาปัตยกรรมไทยภาคกลาง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ลดา รัตกสิกร ได้มอบเรือนไทยหลังนี้ให้แก่สยามสมาคมฯ เมื่อ พ.ศ. 2530 เพื่อรำลึกถึงสามีของเธอ รองศาสตราจารย์ แสงอรุณ รัตกสิกร สถาปนิกชื่อดังและอาจารย์ประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์นายกกิตติมศักดิ์ของสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดเรือนแสงอรุณ

หอประชุม 

ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ เอ็ดเวิร์ด ฮีลีย์ (Edward Healey) เมื่อ พ.ศ. 2475 เป็นอาคารเพดานสูง มีประตูกระจกสูง 3 เมตรที่ด้านข้างของอาคารแต่ละด้าน เปิดออกสู่สวนอันร่มรื่น และมีเวทีซึ่งตั้งอยู่ปลายสุดของอาคาร เป็นสถานที่ใช้จัดการแสดงทางวัฒนธรรม งานสัมมนา และงานเลี้ยงส่วนตัวเป็นประจำ

เมื่อ พ.ศ. 2545 สมาคมสถาปนิกสยามได้มอบรางวัลยกย่องสยามสมาคมฯ ที่ได้อนุรักษ์อาคารต่าง ๆ ภายในบริเวณพื้นที่ของสมาคมซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไว้เป็นอย่างดี

ศิลปวัตถุของสยามสมาคมฯ

สยามสมาคมฯ ได้รวบรวมและเก็บรักษาสมบัติวัตถุอันทรงคุณค่าที่ได้รับมอบจากสมาชิกและบุคคลอื่น ๆ เช่น ประติมากรรมจิตรกรรมทางศาสนา เครื่องเคลือบดินเผา แผนที่โบราณ สิ่งทอ งานแกะสลักไม้ รวมถึงศิลปวัตถุอื่น ๆ เช่น หน้ากากโขนและหุ่นเชิด ศิลปวัตถุเหล่านี้หลายชิ้นจัดแสดงอยู่ในบริเวณพื้นที่ของสยามสมาคมฯ เมื่อ พ.ศ. 2559 ได้มีการจัดพิมพ์หนังสือ “Sombat Sayam: The Siam Society Collection” รวมภาพศิลปวัตถุชิ้นสำคัญที่เก็บรักษาอยู่ที่สยามสมาคมฯ

สิ่งพิมพ์

Journal of The Siam Society (JSS) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2447 ต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน สยามสมาคมฯ ได้ตีพิมพ์บทความทางวิชาการเป็นภาษาอังกฤษในรูปแบบวารสาร กำหนดออกปีละ 2 ฉบับ เนื้อหาครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา ได้แก่ โบราณคดีจารึกศึกษา ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ศาสนา ภาษา วรรณคดี ศิลปะและสถาปัตยกรรม และศิลปะการแสดง

The Natural History Bulletin of the Siam Society (NHBSS) หนังสือรวมบทความทางวิชาการเป็นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับพืชพรรณและสัตว์ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน กำหนดออกปีละ 2 ฉบับ

นอกจากนั้น สยามสมาคมฯ ยังจัดพิมพ์หนังสือเพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบโอกาสพิเศษ ในรูปแบบหนังสือรวมบทความ หนังสืออ้างอิงใหม่ งานแปลเอกสารโบราณ หรืออื่น ๆ โดยพิมพ์จำนวนจำกัด

การบรรยาย

การบรรยายเป็นกิจกรรมที่สยามสมาคมฯ จัดขึ้นเป็นประจำเกือบทุกสัปดาห์ จัดเป็นภาษาอังกฤษ โดยเชิญวิทยากรที่น่าสนใจจากแวดวงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน นักวิชาการแลกเปลี่ยนชาวต่างชาติ ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ และผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษจนแตกฉาน การบรรยายครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ เช่น การค้นพบทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ไทย สิ่งทอโบราณ และอื่น ๆ อีกมากมาย และมักจบลงด้วยช่วงถามตอบในบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา

ศึกษาสัญจร

การศึกษาสัญจร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เป็นกิจกรรมหลักของสยามสมาคมฯ การเดินทางนำโดยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในสาขาต่าง ๆ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ไปจนถึงพฤกษศาสตร์ มีทั้งการเดินทางไปยังสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และแหล่งโบราณคดีที่เพิ่งค้นพบ หรือเทศกาลท้องถิ่น วัดที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก หรือเส้นทางแสวงบุญตั้งแต่ยุคโบราณ เช่น เส้นทางนักบุญยากอบ (Camino de Santiago) ในประเทศโปรตุเกสและประเทศสเปน และเส้นทางแสวงบุญชิโกกุ (Shikoku Temple Pilgrimage) ในประเทศญี่ปุ่น

การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม

คณะกรรมการโครงการพิทักษ์มรดกสยาม (Siamese Heritage Trust) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2554 เพื่อกระตุ้นความสนใจของสังคมในประเด็นเกี่ยวกับการจัดการและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในประเทศไทย และใน พ.ศ. 2563 คณะกรรมการฯ ได้จัดตั้งกลุ่มพันธมิตรมรดกทางวัฒนธรรมแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Cultural Heritage Alliance - SEACHA) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่มีประสิทธิผลระหว่างภาครัฐและชุมชนในการจัดการมรดกทางวัฒนธรรม โดยมุ่งเน้นที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

การประชุม นิทรรศการ และการประชุมเชิงปฏิบัติการ

ที่ผ่านมา สยามสมาคมฯ ได้จัดการประชุมระดับนานาชาติในหัวข้อต่าง ๆ ได้แก่ “Sukhothai Inscription One” เมื่อ พ.ศ. 2532 “Culture and Environment in Thailand” เมื่อ พ.ศ. 2540 “King Chulalongkorn’s Visit to Europe a Century Earlier” เมื่อ พ.ศ. 2540 และ “Heritage Protection: The Asian Experience” เมื่อ พ.ศ. 2562 นิทรรศการที่เคยจัดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นการจัดแสดงหนังสือเก่า สิ่งทอโบราณ และแผนที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ การประชุมเชิงปฏิบัติการที่เคยจัดก่อนหน้านี้ ได้แก่ การแปลคัมภีร์โบราณและการศึกษาเครื่องปั้นดินเผาโบราณ

ศิลปะการแสดง

สยามสมาคมฯ จัดการแสดงทางวัฒนธรรมในอาคารหอประชุม และบางครั้งจัดบนสนามหญ้ากล้างแจ้ง นอกจากดนตรีไทยและดนตรีคลาสสิกของตะวันตกแล้ว สยามสมาคมฯ ยังเคยจัดการแสดงการตีกลองไทโกะ (Taiko drumming) จากประเทศญี่ปุ่น ระบำกถัก (Kathak dance) จากประเทศอินเดีย และระบำฟลาเมงโก (Flamenco dance) จากประเทศสเปน